หน้าหลัก > ประกาศ > ข่าวทั่วไป > ฝังตัวยักษ์ใหญ่! โลจิสติกส์สวนสุนันทาส่งอาจารย์ฝังตัว เข้าฝึกทำงานจริง - ผู้ประกอบการชี้ตอบโจทย์ตรงจุด!
ฝังตัวยักษ์ใหญ่! โลจิสติกส์สวนสุนันทาส่งอาจารย์ฝังตัว เข้าฝึกทำงานจริง - ผู้ประกอบการชี้ตอบโจทย์ตรงจุด!

ผู้ดูแลเว็บ ศูนย์ให้การศึกษาจังหวัดอุดรธานี
2018-02-05 16:04:15

ฝังตัวยักษ์ใหญ่!โลจิสติกส์สวนสุนันทาส่งอาจารย์ฝังตัว
เข้าฝึกทำงานจริง - ผู้ประกอบการชี้ตอบโจทย์ตรงจุด


ฝังตัวยักษ์ใหญ่!โลจิสติก


วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน สวนสุนันทา เปิดผลสรุปโครงการส่งอาจารย์เข้าฝังตัวในสถานประกอบการของบุคลากรสายวิชาการชี้ประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ได้องค์ความรู้และประสบการณ์ที่นอกเหนือจากตำรามาปรับใช้ในการเรียนการสอน ด้านตัวแทนผู้ประกอบการชูเป็นสุดยอดโครงการที่ทำให้ได้ประโยชน์ตรงเป้ากับทั้งสองฝ่ายมากที่สุด ยันให้การสนับสนุนและร่วมพัฒนาต่อยอดให้มีประสิทธิผลมากยิ่งๆขึ้น


รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เป็นประธานในการโครงการพัฒนาศักยภาพอาจารย์ โดยส่งอาจารย์เข้าฝังตัวในสถานประกอบการของบุคลากรสายวิชาการ จัดโดยวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ในศุกร์ที่ ๘ กันยายน ที่ผ่านมา ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย อาคาร ๓๑ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีผู้บริหารจากวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน และผู้บริหารจากสถานประกอบการคือ บริษัทการบินไทยจำกัด(มหาชน) บริษัทเอสซีจี โลจิสติกส์ แมนเนจเม้นท์ จำกัด บริษัทกรีนสปอตจำกัด และบริษัท Schenker (Thailand) Ltd.เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง


รองศาสตราจารย์ ดร.ฤๅเดช เกิดวิชัย กล่าวว่า ตนเองในฐานะผู้บริหารมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มีนโยบายในการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นให้ความรู้อย่างใกล้ชิด นักศึกษาสวนสุนันทาจะต้องมีบุคลิกภาพที่ดีในทุกด้าน ทั้งด้านกายภาพ ด้านภาษาอังกฤษ และด้านความสามารถพิเศษ นอกจากนี้ยังเน้นการลงมือปฏิบัติจริงจากหน่วยงานที่มีความร่วมมือกับมหาวิทยาลัย ในส่วนของคณาจารย์ก็ต้องพัฒนาไปควบคู่กัน ทั้งเรื่องของระบบการเรียนการสอนแบบแอคทีฟเลิร์นนิ่ง ด้านบุคลิกภาพ ด้านภาษารวมทั้งพัฒนาความรู้ในศาสตร์เพื่อให้เชี่ยวชาญทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้นจึงนับเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการที่ได้ออกไปเรียนรู้จากโลกภายนอก ได้รู้จักระบบการทำงาน การแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่สำคัญจะได้นำวิทยาการใหม่ๆมาปรับปรุงเนื้อหาหลักสูตรเพื่อให้เกิดความทันสมัยและสอดรับกับความต้องการของผู้ประกอบการมากยิ่งขึ้น


ฝังตัวยักษ์ใหญ่!โลจิสติก


ผู้ช่วยศาสตราจารย์คมสัน โสมณวัตร คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน ได้กล่าวว่า วิทยาลัยฯเปิดการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก มีคณาจารย์ที่จบตรงสาขามากที่สุด มีการลงทุนในระบบซอฟท์แวร์ที่ทันสมัยซึ่งเป็นซอฟท์แวร์ที่ผู้ประกอบการใช้ทำงานกันอยู่จริงในปัจจุบัน ทุกหลักสูตรจัดขึ้นมาเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการมากที่สุด พร้อมมีหลักสูตรพิเศษที่หน่วยงานต่าง ๆ ต้องการเช่น หลักสูตรพิเศษของการรถไฟ หลักสูตรทุนการศึกษาของเครือเซ็นทรัล ทุนของโฮมโปร ทุนของสมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ หรือTIFFA ที่ให้เรียนด้านพาณิชย์นาวีถึง 80 ทุนเป็นต้น ดังนั้นเมื่อวิทยาลัยฯได้จัดโครงการส่งอาจารย์เข้าฝังตัวในสถานประกอบการจึงถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งในการร่วมมือพัฒนาศักยภาพของบุคลากรเพื่อนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับกลับมาปรับปรุงหลักสูตรสาขาต่าง ๆ ให้ทันสมัย ประโยชน์ที่ได้รับนอกจากนักศึกษาแล้ว ผู้ประกอบการเองก็จะได้บุคลากรที่มีความรู้ความสามารถตรงกับความต้องการมากที่สุดอีกด้วย


อาจารย์มาธุสร แข็งขัน อาจารย์สาขาวิชาการจัดการการขนส่งสินค้าทางอากาศ เข้าฝึกประสบการณ์กับบริษัทการบินไทยในฝ่ายพาณิชย์สินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์ กล่าวว่าการเข้าไปฝังตัวครั้งนี้ได้รับความรู้และประสบการณ์สำคัญ ๆ มาหลายอย่าง อาทิ ความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมการบิน ความรู้เกี่ยวกับชื่อย่อประเทศ ความรู้เกี่ยวกับภูมิศาสตร์ รวมทั้งเรื่องของการใช้เทคโนโลยีและทักษะในการสื่อสารเจรจาอีกด้วย ซึ่งสามารถนำกรณีศึกษาที่ได้จากการสัมภาษณ์และประสบการณ์การทำงานมาประยุกต์ใช้ในการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมทั้งนำความรู้มาปรับปรุงรายวิชาให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของสถานประกอบการมากขึ้น


ฝังตัวยักษ์ใหญ่!โลจิสติก


ด้านอาจารย์ลำไผ่ ตระกูลสันติ หัวหน้าแขนงวิชาการจัดการการขนส่งสินค้าทางอากาศ เข้าฝังตัวกับบริษัทการบินไทยในฝ่ายพาณิชย์สินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์กล่าวว่าการเข้าไปศึกษางานครั้งนี้ ได้ความรู้เพื่อมาประยุกต์ใช้กับวิชาเรียนมากมาย อาทิ ด้านมาตรฐานคุณภาพ ด้านการพัฒนาการตลาด หรือความรู้จากกองคลังสินค้าของการบินไทยและสายการบินพันธมิตร นอกจากนี้ยังเกิดความร่วมมือระหว่างผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่งสินค้าทางอากาศซึ่งสามารถมาเป็นวิทยากรให้นักศึกษาได้ต่อไป


ส่วนอาจารย์พรเกียรติ ภักดีวงศ์เทพ จากแขนงวิชาการจัดการการขนส่ง ซึ่งเข้าฝังตัวกับบริษัทเอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดใจว่า การไปครั้งนี้ได้เข้าอบรมหลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย  ได้ศึกษาการบริหาร Fleet รถบรรทุกและพนักงานขับรถ การใช้เทคโนโลยีในการจัดการขนส่ง เรื่องของคลังสินค้า การกระจายสินค้า พร้อมสอบถามความพึงพอใจในการทำงานร่วมกัน รวมถึงได้เรียนรู้ในเรื่องของการบริหารผู้รับเหมาซึ่งเป็นประโยชน์มากในการนำมาพัฒนาการเรียนการสอนต่อไป


อาจารย์ปิยะอร ศรีวรรณ อาจารย์ประจำสาขาธุรกิจพาณิชย์นาวี ซึ่งเข้าฝังตัวกับบริษัทกรีนสปอตจำกัด กล่าวว่าถือเป็นเวลาแห่งการเรียนรู้ทั้งข้อมูลสมัยใหม่และประสบการณ์ใหม่จากองค์กรเอกชนชั้นนำ สิ่งที่ได้สามารถนำมาปรับปรุงหลักสูตรได้เป็นอย่างดี รวมทั้งเกิดความร่วมมือกับภาคเอกชนที่เชี่ยวชาญมาเป็นวิทยากรเพื่อทำให้นักศึกษามีศักยภาพและความพร้อมมากที่สุด


ฝังตัวยักษ์ใหญ่!โลจิสติก


อาจารย์สุรพงศ์ อินทรภักดิ์ สาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์ เข้าฝังตัวในบริษัท Schenker (Thailand) Ltd. ผู้ให้บริการขนส่งสินค้าทั้งทางบก ทางน้ำและทางอากาศ โดยมีจุดเด่นที่ให้บริการโดยใช้ระบบไอทีที่ทันสมัยครบวงจร โดยกล่าวว่า ได้เข้าศึกษางาน ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่คลังสินค้าลาดกระบัง คลังสินค้าแหลมฉบัง และคลังสินค้าอีสเทิร์น ซีบอร์ด รวมทั้งติดตามการขนส่งทางรถไฟซึ่งทำให้รับรู้กระบวนการและขั้นตอนการขนส่งสินค้า รวมทั้งเข้าใจในปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น  ข้อมูลต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการนำมาพัฒนาหลักสูตรให้ทันสมัยและจะทำให้นักศึกษาได้เข้าใจระบบการทำงานจริงของบริษัทเอกชนชั้นนำมากขึ้น


ในส่วนของผู้บริหารสถานประกอบการ ต่างกล่าวชื่นชมไปในทิศทางเดียวกัน โดยผู้บริหารจากบริษัทการบินไทยกล่าวว่ายินดีและพร้อมให้การสนับสนุนโครงการดี ๆ นี้เต็มที่ พร้อมแนะนำว่าในขณะนี้โลจิสติกส์มีเปิดการเรียนการสอนหลายแห่ง เพราะฉะนั้นนักศึกษาต้องมีจุดเด่นที่แตกต่างและพร้อมมากที่สุดถึงจะแข่งขันกับที่อื่นได้ เมื่อเกิดโครงการนี้ขึ้นมาจึงเชื่อว่าโลจิสติกส์ สวนสุนันทาจะสร้างความแตกต่างได้ ด้านผู้บริหารจากกรีนสปอตกล่าวเสริมว่า โครงการนี้ประโยชน์ที่ได้รับ นอกจากคณาจารย์ นักศึกษาแล้ว ผู้ประกอบการเองก็ได้มีการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้จากคณาจารย์ด้วยเช่นเดียวกัน หากมีความร่วมมือกันต่อ ๆ ไปก็จะเกิดการพัฒนามากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้นายชลัช วงศ์สงวนกรรมการผู้จัดการบริษัทเอสซีจี สกิลส์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัดกล่าวว่าบริษัทจะให้น้ำหนักระบบการทำงานคือ 70% เป็นการลงมือทำจริง ส่วน 20% ให้พี่เลี้ยงคอยดูแลแนะนำ ที่เหลือแค่ 10% จะเป็นความรู้ด้านทฤษฎี เช่นเดียวกับผู้บริหารจากบริษัท DHL ซึ่งสัญญาว่าครั้งต่อไปจะร่วมสนับสนุนโครงการนี้กล่าวว่า บริษัทให้น้ำหนักการทำงานเช่นเดียวกันกับบริษัทเอสซีจี ซึ่งผู้ประกอบการทุกแห่งต้องการคนที่พร้อมทำงาน เมื่อโครงการนี้เกิดขึ้นมาถือว่าตอบโจทย์ได้ตรงจุดและพร้อมที่จะร่วมพัฒนาเคียงคู่กันตลอดไป


ขอบคุณภาพจาก โชฐิรส พลไชยมาตย์  #prssru

cr. http://blog.eduzones.com/magazine/187964